การดื้อยาต้านจุลชีพ
(Antimicrobial resistance: AMR)
เป็นปัญหาระดับประเทศ และระดับโลก

ทั่วโลกมีคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยา

ประมาณปีละ 700,000 คน และหากไม่เร่งแก้ไขปัญหา ในปี 2593 คาดการณ์การเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาจะสูงถึง 10 ล้านคน

ประเทศไทย

จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า มีการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ประมาณปีละ 88,000 ราย โดยเสียชีวิตประมาณปีละ 38,000 ราย คิดเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมสูงถึง 4.2 หมื่นล้านบาท

ผลกระทบจากเชื้อดื้อยาประเทศไทย

การประมาณการณ์เบื้องต้นคาดว่ามีการติดเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 88,000 ครั้ง เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณ 38,000 ราย อยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น 3.24 ล้านวัน มูลค่ายาต้านจุลชีพที่ใช้รักษาคิดเป็น 2,539-6,084 ล้านบาท สูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยรวมไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP)

การป่วย และเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา

88,000

ติดเชื้อดื้อยา / ครั้ง

3.24

รักษาตัวนานขึ้น / ล้านวัน

38,000

เสียชีวิต / คน

การสูญเสียทางเศรษฐกิจจากเชื้อดื้อยา

มูลค่ายาต้านจุลชีพที่ใช้รักษา

2,539 - 6,084 ล้านบาท

สูญเสียทางเศรษฐกิจรวม

> 40,000 ล้านบาท

0.6 %

เอกสารอ้างอิง

ภาณุมาศ ภูมาศ, ตวงรัตน์ โพธะ, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล และคณะ. ผลกระทบด้านสุขภาพ และเศรษฐศาสตร์ จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย : การศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2555;6(3):352-360.

สถานการณ์เชื้อดื้อยา

ข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ (National Antimicrobial Resistance Surveillance, Thailand: NARST) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า เชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่สำคัญในประเทศไทย เช่น Acinetobacter spp., P.aeruginosa และ Enterobacteriaceae ที่ดื้อต่อยา Carbapenem เป็นเชื้อที่พบบ่อยในหอผู้ป่วยในของโรงพยาบาล และ Extended-spectrum beta-lactamase (ESBL)-producing Enterobacteriaceae เช่น ESBL-producing K. pneumoniae และ ESBL-producing E. coli เป็นเชื้อดื้อยาที่พบทั้งในคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

เชื้อดื้อยาที่มีอัตราการดื้อยาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae (CRE)
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง K. pneumoniae ที่ดื้อต่อยา Imipenem ซึ่งเดิมมีแนวโน้มของการดื้อยาค่อนข้างคงที่ประมาณร้อยละ 0.7-0.8 ในช่วง ค.ศ. 2000-2010 อย่างไรก็ตาม แต่กลับพบว่า ในช่วง 2010-2017 มีอัตราการดื้อยาสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด คือจาก 0.7% เป็น 8.4% และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เชื้อดื้อยาที่มีอัตราการดื้อยาสูง

Acinetobacter spp. พบว่ามีอัตราการดื้อยา imipenem ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2000-2011 จากร้อยละ 14.4 เป็นร้อยละ 63.4 และในช่วง 2012-2017 อัตราการดื้อยาที่สูง และ ค่อนข้างคงที่ประมาณร้อยละ 66.3-67.4

เชื้อดื้อยาที่พบทั้งในคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

ESBL-producing E. coli เป็นเชื้อดื้อยาที่พบในลำไส้ของคนและสัตว์ พบว่าความชุกของ ESBL - producing E. coli ที่พบในคนประมาณ 40-60% มีรายงานนักท่องเที่ยวชาวยุโรป 370 คน ที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก พบเชื้อ ESBL-producing E. coli เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.6 (ก่อนเดินทาง) เป็นร้อยละ 30.5 (หลังกลับจากการเดินทาง) นอกจากนี้ ยังพบเชื้อ ESBL-producing E. coli ในหมูที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค รวมทั้งในแหล่งน้ำนิ่งของฟาร์ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเชื้อดื้อยาเกี่ยวข้องทั้งใน คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มา

NARST.DMSC.MOPH.GO.TH

สถานการณ์การบริโภคยาต้านจุลชีพ

รายงานการบริโภคยาต้านจุลชีพที่ใช้ในมนุษย์ และสัตว์ในประเทศไทย (Thailand Surveillance of Antimicrobial Consumption : Thailand-SAC)* ของปี 2560 สรุปได้ดังนี้

ในมนุษย์ :

ปริมาณการบริโภคยาต้านจุลชีพเท่ากับ 74.22 DDD / 1,000 ประชากร/วัน โดยกลุ่มยาต้านแบคทีเรียเป็นกลุ่มยาที่มีการบริโภคมากที่สุด รองลงมาคือ ยาต้านไวรัสและยาต้านเชื้อรา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.39, 17.56 และ 5.69 ตามลำดับ และพบว่ายาต้านจุลชีพที่มีปริมาณการบริโภคสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ Amoxicillin, Ceftriaxone และ Tetracycline นอกจากนี้ พบว่ากลุ่มยาต้านแบคทีเรียที่จัดอยู่ในบัญชี Critically Important Antimicrobials (CIA) ขององค์การอนามัยโลก มีสัดส่วนการบริโภคสูงถึงร้อยละ 58 ของปริมาณยาต้านจุลชีพทั้งหมด

ในสัตว์ :

ปริมาณการบริโภคคิดเป็น 560.08 mg/ PCU-Thailand โดยยากลุ่ม Penicillins เป็นกลุ่มยาต้านจุลชีพที่มีการบริโภคมากที่สุด รองลงมาคือยากลุ่มต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และยากลุ่ม tetracyclines ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.9, 20.8 และ 19.3 ตามลำดับ และพบว่ายาต้านจุลชีพที่มีปริมาณการบริโภคสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ Amoxicillin, Halquinol และ Chlortetracycline

ในพืช :

เกษตรกรมีการใช้ยาต้านจุลชีพที่ใช้สำหรับมนุษย์ เช่น Amoxicillin และ Ampicillin ในการรักษา โรคกรีนนิ่งในพืชตระกูลส้ม